แบ่งปันเรื่องราวดีๆ

อิวาเตะความงามแห่งฤดุกาล

อิวาเตะความงามแห่งฤดูกาล

ฤดูใบไม้ร่วงปีนี้เราจัดกรุ๊ปกันไปที่อิวาเตะอีกครั้งหลังจากที่เมื่อเดือนมิถุนายนเพิ่งจะไปกันมารอบนึง

คราวนี้ เส้นทางที่เราจัดก็เป็นเส้นทางที่คนที่ต้องการชมใบไม้เปลี่ยนสีห้ามพลาดกันเลยทีเดียว

กับโปรแกรม ทัวร์ญี่ปุ่น อิวาเตะ อาโอโมริ ฮานามากิ 7 วัน 17 – 23 ตุลาคม  โดยโปรแกรมของเราเริ่มจากสนามบินสุวรรณภูมิ บินตรงสู่สนามบินฮาเนดะ แล้วเปลี่ยนเครื่องเป็นเที่ยวบินภายในประเทศบินต่อสู่ อาโอโมริ จังหวัดทางตอนเหนือสุดของเกาะฮอนชู เลยไปจากนี่ก็ข้ามทะเลสู่ฮอกไกโดกันแล้ว

 มาทัวร์อิวาเตะ อาโอโมริ ของเราในครั้งนี้ไม่ผิดหวังจริงๆ เพราะแค่นั่งรถออกจากสนามบินเพียงชั่วเคี้ยวหมากแหลกเราก็ได้พบกับความงามของใบไม้เปลี่ยนสีกันตลอด 2 ข้างทาง

เพลิดเพลินกับความงามของใบไม้แป๊บเดียวรถก็พาเรามาถึงลำธาร โออิราเสะ (OIRASE) ที่ลำธารโออิราเสะ ต้องถือว่า เป็นลำธารเรียกแขกเลยก็ว่าได้ เนื่องจากความสวยสดงดงามของทิวไม้สูงใหญ่ตลอดสองข้างทางนับสิบกิโลเมตร ทำให้เส้นทางนี้ดูร่มรื่นเย็นสบายเป็นที่สุด รวมถึงโขดหินริมลำธารที่วันนี้ปกคลุมไปด้วยมอสตะไคร่น้ำเขียวคลึ้ม  ตัดกับสีเหลืองทอง สีแดง ของใบไม้ที่ร่วงหล่นอยู่บนพื้นดูงดงามอลังการจนเป็นแรงดึงดูดให้ผู้คนทั้งประเทศญี่ปุ่นแห่แหนกันมาที่นี่จนมืดฟ้ามัวดิน ขอบอกว่าคนญี่ปุ่นเองก็ชอบที่จะมาดูใบไม้เปลี่ยนสีเหมือนกับคนไทยหรืออาจจะมากกว่าด้วยซ้ำสังเกตุได้จากบรรดารีสอร์ทหรือ เรียวกัง ( RYOKAN )บริเวณนี้ที่มีมากมายนับไม่ถ้วน สถานที่ชมใบไม้เปลี่ยนสีของภูมิภาค TOHOKU คนไทยส่วนใหญ่อาจจะนึกถึงเซนได(SENDAI) เพราะได้ชื่อว่าเมืองแห่งต้นไม้ อีกทั้งทางเมืองเซนไดมีการประชาสัมพันธ์อยู่เสมอ แต่อันที่จริงแล้วในภูมิภาค TOHOKU ยังมีอาโอโมริและอิวาเตะที่ขึ้นชื่อในเรื่องการชมใบไม้เปลี่ยนสีเช่นกัน โดยเฉพาะบริเวณโออิราเสะแห่งนี้ ไม่เชื่อลองชมภาพที่ผมเก็บมาฝากดูได้ครับ

จากลำธารโออิราเสะ คณะของเราก็เดินทางต่อไปยัง ทะเลสาบโทวาดะ  (TOWADA LAKE ) ซึ่งว่ากันว่ามีความลึกติดอันดับ 1 ใน 3 ของญี่ปุ่นด้วยความลึก 327 เมตร คณะของเราลงเรือท่องเที่ยวลำใหญ่ ออกล่องชมความงามของทะเลสาบที่วันนี้ต้อนรับคณะของเราด้วยสีแดงของใบไม้ตลอดแนวเขาและเกาะแก่งต่างๆที่เรือผ่าน ขอบอกว่าความงามแบบนี้หาดูได้ไม่ง่ายนัก ไม่อย่างนั้นคนญี่ปุ่นคงไม่มากันอย่างเนืองแน่นเป็นแน่

จากทะเลสาบ TOWADA เราก็เดินทางข้ามเขา  ฮาจิมันไต (HACHIMANTAI) ซึ่งเป็นภูเขาทางตอนเหนือของจังหวัดอคิตะและอิวาเตะที่ราบสูงฮาจิมันไต อยู่เหนือระดับน้ำทะเล 1,600 เมตร ทำให้อากาศเย็นตลอดทั้งปีโดยฌฉพาะในฤดูหนาวที่นี่จะเนืองแน่นไปด้วยนักสกีจากทั่วโลกที่จะมาสัมผัสประสบการณ์ครั้งหนึ่งในชีวิตกับลานสกีที่มีชื่อเสียงติดอันดับTOP TEN ของลานสกีญี่ปุ่น และในช่วงปลายเดือนเมษายนถึงต้นเดือนพฤษภาคม บนฮาจิมันไต ยังมีกำแพงหิมะที่มีความสูง เกือบ3 เมตรและยาวนับเกือบ 10 กิโลเมตรให้ได้ชมความงามอีกด้วย

แต่บนฮาจิมันไตยามนี้( ต.ค. – พ.ย.) ความสวยงามของใบไม้เปลี่ยนสียังคงตรึงคณะทัวร์ของเราให้สาละวนอยู่กับการกดชัตเตอร์และหามุมงามๆเรียกว่าชั่วโมงนี้ไกด์จะพูดอะไรก็ไม่สนใจแล้วของถ่ายรูปก่อนดีกว่า

ผมไปดูใบไม้เปลี่ยนสีมาหลายที่ส่วนใหญ่จะเป็นต้นไม้ใหญ่ อาทิ แปะก๊วย ต้นเมเปิ้ล หรืออื่นๆ แต่ที่ฮาจิมันไต จะเป็นไม้พุ่มต้นเล็กๆ หลายสายพันธุ์ทำให้พอถึงช่วงที่จะผลัดใบสีของมันก็จะเป็นสีเหลือง สีแดง สีเขียวสลับกันไปเป็นพุ่มๆ ดูงดงามแปลกตา

มาอิวาเตะครั้งนี้ เราแวะไป HIRAIZUMI เพื่อเที่ยวชม วัดชูซอนจิ (SHUSON –JI) ซึ่งเมื่อ 300 ปีที่แล้วเป็นวัดสำคัญของตระกูลฟูจิวาระ บรรยากาศโดยรอบส่วนใหญ่เต็มไปด้วยต้นสนต้นใหญ่มากมายพร้อมทั้งสถาปัตยกรรมอันเก่าแก่ตั้งแต่ ค.ศ 12 แต่โชคร้ายที่งานประติมากรรมของวัดนี้ได้ถูกทำลายด้วยสงครามการเมืองในอดีต ภายในบริเวณวัดเคยมีอาคารถึง 40 กว่า อาคาร ถือเป็นมรดกแห่งชาติก็ได้ถูกทำลายจนเกือบหมด บนความโชคร้ายก็ยังมีโชคดีที่คงเหลือ Golden hall วิหารทองที่มาร์โคโปโลเกิดความประทับใจในศาลาทองนี้มากจนตั้งชื่อเกาะนี้ว่า Island of Gold สร้างโดยฟูจิวาระ คิโยฮิรา เป็นสัญลักษณ์ทีมีชื่อเสียงของวัดนี้ ภายในประดิษฐาน รูปหล่อพระพุทธเจ้าอยู่ในศาลาทองคำที่งดงามยิ่งนัก และได้มีการสร้างอุโบสถขึ้น ครอบไว้อีกชั้นหนึ่ง

ทริปทัวร์ญี่ปุ่น อิวาเตะ อาโอโมริ ครั้งนี้พิเศษตรงที่ว่าคณะของเราได้นอน ออนเซนกันทุกคืนสนุกที่สุดก็เห็นจะเป็นโรงแรม HANAMAKI ONSEN ที่นี่ถือเป็น ออนเซนที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในฮานามากิ มีบ่อออนเซนมากถึง 24 บ่อ  วิ่งขึ้นลงบ่อโน้น ออกบ่อนี้สนุกสนานมว๊ากกก

  ผมไม่รู้ว่าใครเป็นคนนิยามว่า การไปญี่ปุ่นถ้าไม่ได้เห็นภูเขาไฟฟูจิถือว่ามาไม่ถึงญี่ปุ่น ผมทำทัวร์ญี่ปุ่นเป็นหลัก ผมมาญี่ปุ่นมากกว่า 100 ครั้งผ่านไปภูเขาไฟฟูจิเกือบร้อยครั้ง แต่ผมก็ไม่ได้เห็นภูเขาไฟฟูจิทุกครั้งที่ผ่านไป ยังไม่นับรวมถึงไกด์ของบริษัทที่วิ่งทัวร์มากว่า 20 ปี เค้าก็ไม่ได้เห็นภูเขาไฟฟูจิทุกครั้งเช่นกันดังนั้นท่านที่เพิ่งเคยไปญี่ปุ่นครั้งแรกแล้วไม่เห็นฟูจิอย่าเสียใจไปเลยครับ

แต่สำหรับผมแล้ว ผมกลับคิดว่าใครที่มาญี่ปุ่นแล้วไม่ได้แก้ผ้าลงแช่ออนเซนนี่สิ เรียกว่า ไม่ถึงญี่ปุ่นของจริง เพราะการแช่ออนเซน ไม่ต้องกลัวว่าฟ้าจะปิดเมฆจะบัง เพราะบ่อออนเซนเปิดรอท่านแน่นอน ท่านเพียงกล้าที่จะเปิดใจ(มิใช่ถอดใจ) นั่นแหล่ะจึงจะบอกผู้คนทั้งโลกได้ว่า ญี่ปุ่น...ฉันไปมาแล้ว อาบออนเซนด้วยน๊ะ จะบอกให้.....

นอกจากเรื่องความสวยงามของธรรมชาติแล้ว อาหารการกินที่นี่ก็ถือว่า SUGOI มากๆ โดยเฉพาะแอปเปิ้ลของอาโอโมริ ถือเป็นราชาแห่งแอปเปิ้ลญี่ปุ่นเลยทีเดียว ที่สำคัญว่ากันว่าเป็นแอปเปิ้ลปลอดสารพิษ โดยเฉพาะ สายพันธ์ SEKAICHI เซไคอิจิ (แปลว่าที่หนึ่งในโลก หรือหมายถึงแอปเปิ้ลสายพันธุ์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก) พันธุ์ฟูจิ และ คินเซย ด้วยกรรมวิธีการปลูกที่พิถีพิถัน เริ่มตั้งแต่การห่อแอปเปิ้ลตั้งแต่เป็นผลเล็กๆและจะแกะห่อออกเมื่อผลแอปเปิ้ลแข็งแรงเพื่อให้ผลแอปเปิลได้มีการสังเคราะห์แสงตามธรรมชาติ เติบโตไปตามวิถีแห่งเซน ทำให้แอปเปิ้ลมีเนื้อสีทองหอมหวานตามธรรมชาติอย่างแท้จริง ที่นี่จะมีผลิตภัณฑ์ OTOP ที่ทำจากแอปเปิ้ลมากมาย ไม่ว่าจะเป็นน้ำแอปเปิ้ล แยม พาย ขนมเค๊ก ช้อกโกแลตแอปเปิ้ล ฯลฯ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับหน่วยงานที่ต้องการมาศึกษาดูงานด้าน OTOP ที่ญี่ปุ่น ขอบอกว่าถ้าอยากหาของฝากแล้วละก็ พายแอปเปิ้ล ของอาโอโมริ คือสุดยอดของฝากของเมืองนี้ทีเดียวล่ะ

นอกจากนี้ วังโกะโซบะ เป็นอาหารอีกชนิดหนึ่งที่เมื่อมาถึง อิวาเตะ ห้ามพลาดเด็ดขาด วังโกะโซบะ เป็นโซบะที่ใส่มาในถ้วยขนาดพอคำ แต่ที่พิเศษคือ กินได้ไม่อั้น เรียกว่ามีแรงกินเท่าไหร่กินไปโดยจะมีเจ้าหน้าที่สาวสวยยืนถือถาดที่ใส่ชามโซบะนับสิบชามยืนอยู่ข้างๆเราตลอดเวลา ทันทีที่โซบะในชามเราหมด สาวสวยที่ยืนอยู่ก็จะเทโซบะชามใหม่ลงไปในชามเราทันทีชนิดชามต่อชาม คนญี่ปุ่นผู้ชายกินได้ครั้งนึง 100 ชามขึ้นไป ผู้หญิงก็ประมาณ 50 - 60 ชาม แต่คณะของเราน้องพีช จากสุราษฎร์ธานีกินได้มากกว่าใครนับได้ 71 ชาม 

ประเพณีการกินวังโกะโซบะนั้นเรื่องเดิมมีอยู่ว่า นานมาแล้วมีงานเทศเทศกาลที่จัดขึ้นงานหนึ่งใน โมริโอกะ มีแขกมาร่วมงานเป็นจำนวนมาก แต่โซบะที่เตรียมมานั้นมีจำนวนน้อย เพื่อให้แขกที่มาในงานได้กินโซบะกันครบทุกคน ก็เลยเกิดไอเดียจัดใส่ชามถ้วยเล็กๆขนาดพอคำทำให้สามารถแจกจ่ายแบ่งปันกันไปเพื่อให้ได้ชิมกันครบทุกคน...

วังโกะโซบะถ้าให้พูดถึงรสชาด คงต้องบอกว่า สู้ชายสี่หมีเกี้ยวบ้านเราไม่ได้แน่ๆ

หรือถ้ามองในมุมของนักบัญชีผมก็คิดว่าไม่มีทางคุ้ม เทียบสัดส่วนจากที่คนไทยกินตกคำละ 80บาท 

ในทางกลับกัน หากเราหันมามองในเรื่องของประสบการณ์ท่องเที่ยว ผมว่ามันมีเสน่ห์และสีสันมากน๊ะครับเพราะการไปท่องเที่ยวคือการเปิดมุมมองใหม่ๆอีกทั้งเป็นการเรียนรู้วัฒนธรรมต่างถิ่น คนญี่ปุ่นเค้ากินโซบะ/กินราเมง จนเป็นเรื่องธรรมดาไปแล้ว แต่มากินโซบะที่นี่เค้ายังสนุกสนานกันอย่างมาก แล้วพอมาดูนักท่องเที่ยวชาวไทยอย่างเรา นานๆไปที เห็นเค้าเสริฟกันตลอดเวลา ยืนค้ำหัวกดดันชนิดห้ามลุกถ้ายังไม่อิ่ม อารมณ์สนุกมันก็เกิด ใครจะกินได้มากกว่ากัน มันสนุกตรงนี้ เราไม่ได้มองว่าใครกินคุ้มกว่ากันน๊ะครับ อันนั้นเป็นเรื่องรอง

หรืออย่างน้อยที่สุดการที่เรามากินวังโกะโซบะ เราได้เรียนรู้ว่า แท้ที่จริงแล้วจุดเริ่มของวังโกะโซบะมันมาจากความปรารถนาที่จะแบ่งปัน มันสำคัญตรงนี้  ซึ่งผมเชื่อว่าเราทุกคนบนโลกใบนี้ต้องการให้ทุกคนรักกัน รู้จักเผื่อแผ่แบ่งปัน...หรือมิใช่ ?

พงศ์พันธ์ ลิ้มพงศ์พันธ์ เรื่อง

รสริน ลิ้มพงศ์พันธ์ และ สิริมา พึ่งสุจริตธรรม  ภาพ