ข้อมูลท่องเที่ยวญี่ปุ่น

ตะลุยต่างแดน ท่องเที่ยวเมืองแหล่งใหม่ของภูมิภาคคิวชู ที่จังหวัดซากะ

ตะลุยต่างแดน ท่องเที่ยวเมืองแหล่งใหม่
ของภูมิภาคคิวชู ที่จังหวัดซากะ

สวัสดีค่ะวันนี้แอดมินพามาแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวแหล่งใหม่ที่กำลังเปิดให้นักเดินทางทั้งหลาย ไปสัมผัสประสปการณ์ที่ใหม่ๆ ที่ไม่จำเจ ทริปของเราวันนี้คือ จังหวัดซากะ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของภูมิภาคคิวชู โดยสามารถนั่งเครื่องบินมาลงที่ฟุกุโอกะและนั่งรถบัสต่อมาที่เมือซากะได้เลยจากสนามบินใช้เวลาประมาณ70 นาที หรือหากนั่งรถไฟก็จะใช้เวลาประมาณ 40 นาทีเท่านั้นค่ะ

เช้านี้เราพามาสถานที่แรกคือ Kagamiyama Mountain พาขึ้นไปดูวิวสวยๆ เห็นเมืองทั้งหมดของจังหวัดซากะเลยค่ะ (แอดมินเดินทางช่วงนี้อากาศอาจไม่ค่อยปลอดโปร่งค่ะ แต่หากอากาศดีจะสวยกว่านี้อีกหลายเท่าเลยค่ะ) เมื่อขึ้นมาด้านบนจะมีจุดชมวิวให้ไปถ่ายรูปและมองเห็นรอบเมืองเลยค่ะ มีร้านค้าแบบญี่ปุ๊น ญี่ปุ่น และมีศาลเจ้าเล็กอยู่บนนี้ด้วยค่ะ มีสวนสวยๆและดอกไม้สวยๆตลอดทางที่เดินไปจุดชมวิว

ราจะไปนั่งเรือชมวิวกันค่ะ แอดมินจะพามาที่ท่าเรือ โยบุโกะ (ซึ่งเป็นสถานที่ถ่ายทำหนังเรื่อง Timeline ที่เต้ยกับเจมส์จิ แสดงนำค่ะ) บรรยากาศดีมากค่ะ ท้องฟ้าโปร่ง อากาศสะอาดบริสุทธิ์ มีร้านค้าที่ขายของสดที่คัดสรรมาจากทะเลนำมาแปรรูปเป็นอาหารแสนอร่อย ซึ่งตั้งอยู่ตรงข้ามท่าเรือ (ที่เมืองซากะจะขึ้นชื่อเรืองผลิตภัณฑ์ที่เป็นปลาหมึกมากๆค่ะ) หลังจากเราเดินสำรวจบรรยากาศโดยรอบเราก็มุ่งไปขึ้นเรือกันค่ะ(ค่าโดยสารเรือท่องเที่ยวจะราคาอยู่ที่ 1,500 เยนเท่านั้นค่ะ) เราจะเดินทางไปขึ้นเรือเพื่อไปเที่ยวชมเกาะนานาทสึกามะ (เป็นถ้ำทะเลซึ่งเป็นผลงานศิลปะที่ธรรมชาติได้รังสรรค์ไว้ เสมือนมีเตาไฟทั้ง 7 มาวางเรียงกันบนหน้าผาหินเกนบุ พร้อมกันนี้ ยังมีบริการเรือสำราญที่ออกเดินทางจากท่าโยกุโบะด้วย สถานที่ตั้งอยู่ที่ #ยากาตะอิชิ #เมืองคาระทสึ) หลังจากที่เรามาชมความงดงามของทะเลและเกาะนานาทสึกาะมะเสร็จ ก็มุ่งหน้ากลับท่าเรือให้มาเดินกินลมชมวิวทะเล ถ่ายรูปสวยๆกันไปค่ะ

Manbou Restaurant ร้านอาหารขึ้นชื่อในเรืองของปลาหมึกโยบุโกะสดๆจากทะเล ภายในร้านจะยื่นลงไปในทะเล และมีห้องอาหารใต้ทะเลอีกด้วย( Hilight ของอาหารที่นี่คือ ปลาหมึกโยบุโกะซาชิมิ ) 

หลังจากทานอาหารกันอิ่มอร่อยแล้ว เราก็จะเดินทางไปเที่ยวต่อที่เกาะทาคาชิมะ(หรือเกาะที่ได้รับขนานนามว่าเกาะถูกหวย) โดยเราจะนั่งเรือข้างไปที่เกาะประมาณ 30 นาทีเท่านั้นก็จะถึงเกาะค่ะ ที่เกาะนี้มีศาลเจ้าโฮโท ซึ่งมีชื่อเสียงในการมีโชคลาภ ใครที่ไปที่เกาะนี้เมื่อซื้อถุงทองไคอุนโฮโทฟุคุโระ หากคนซื้อถุงนี้ไปแล้วต้องไปทำพิธีต่อที่ศาลเจ้า เพื่อรับเอาความโชคดีใส่ในถุง และหลังจากนั้นให้ซื้อล๊อตเตอรี่มาใส่ในถุงไว้ ก็จะมีโอกาศในการถูกล๊อตเตอรี่ เคยมีคนที่ถูกรางวัลใหญ่ๆมาแล้วหลายรายจากการมาไหว้ศาลเจ้าและนำถุงโชคดีนี้กลับไป บนเกาะนี้ยังมีเรื่องราวน่าสนใจอีกอย่างหนึ่งคือ ทุกครัวเรือน 3ร้อยกว่าชีวิตบนเกาะนี้มีนามสกุลเดียวกันหมดเลยค่ะ

วันนี้เรามาต่อกันที่ Hikiyama Exhibition Hall ศูนย์แสดงรถเข็น เทศกาลคาระซึคุนชิ ซึ่งเทศกาลนี้จะถูกจัดให้มีขึ้นระหว่างวันที่ 2-4 พ.ย.ของทุกปี (ภาพยนต์เรื่อง Timeline ได้ไปถ่ายทำงานเทศกาลนี้ด้วยค่ะ) เมื่อออกมาจาก Hikiyama Exhibition Hall แล้วฝั่งตรงข้ามจะเป็นศาลเจ้าซึ่งสามารเดินข้ามไปสักการะสิ่งศักสิทธิ์ให้คุ้มครองตลอดทริปนี้กัน

และเดินออกมาเราสามารถเดินไปต่อที่ Osakanamura Shopping Centre ประมาณ 200 เมตรจากศุนย์แสดงรถเข็น ที่แห่งนี้จะจำหน่ายสินค้าเครื่องปั้นดินเผาที่มีชื่อเสียงของอำเภอคาระซึ อย่างมากมาย คุณภาพดีเยี่ยม สำหรับคนที่ชื่อชอบเครื่องปั้นดินเผาก็สามารถแวะมาดูได้ค่ะ

ทริปต่อไปวันนี้เริ่มแรกเราจะไปที่ Mikaeri Fall น้ำตกมิกาเอริ ตั้งอยู่ที่ Ouchi เป็นน้ำตกที่สวยที่สุด1ในร้อยของญี่ปุ่น ที่นี่จะมีช่วงที่จัดงานเทศกาลดอกไม้ Hydrangea ระหว่างหน้าฝนช่วงเดือนมิถุนายน ซึ่งจะออกดอกบานเต็มพื้นที่ทั้ง 2 ข้างทางที่ไปน้ำตก ตามทางจะมีร้านค้าของคนท้องถิ่นขายของพื้นเมือง และเมื่อเดินไปถึงทางเข้าไปน้ำตกจะต้องซื้แตั๋วบำรุงสถานที่ก่อนค่ะ ซึ่งค่าใช้จ่ายแค่คนละ 200 เยนเท่านั้น จะมีจุดรับผู้โดยสารขึ้นรถบัสไปส่งที่จุดเดินชมน้ำตกค่ะ (แต่ขากลับเดินกลับเองค่ะ เพราะเขาอยากให้เดินชมวิวลงมา) เดินไปเรื่อยๆ อากาศดีมากๆเพราะอยู่ท่ามกลางหุบเขา ท่ามกลางธรรมชาติ เดินไปถึงน้ำตก ก็นั่งพักผ่อนชิมบรรยากาศ ถ่ายรูปเก็บความสวยงามกันค่ะ ขากลับตรงจุดที่ขึ้นรถมาตอนแรกที่เป็นร้านค้าก็แวะเดินชม เดินช้อปสินค้าพื้นเมืองของที่นั่นค่ะ

เรามาต่อกันที่เมือง Okawachiyama เป็นแหล่งศูนย์กลางเครื่องปั้นดินเผาอิมาริ ที่มีประวัติยาวนานกว่า 300 ปี และมีหนังเรื่อง Timline และละครที่กำลังจะออนแอร์เรืองกลกิโมโน มาถ่ายทำที่นี่ด้วย เป็นเมืองเล็กๆเมืองหนึ่งอยู่ท่ามกลางหุบเขา ที่มีอากาศบริสุทธิ์ และ เดินชมบรรยากาศรอบเมือง มีร้านขายของที่ระลึก และร้านเครื่องปั้นดินเผาที่สืบทอดประเพณีดั้งเดิมในการประดิษฐ์มายาวนาน เดินเหนื่อยๆก็แวะซื้อไอศกรีมทานชิวๆไป

ไปเที่ยวกันต่อที่ Arita Porcelian Park ค่ะ แวะทานอาหารกลางวันที่ Cuisine Arita Yaki Gozen ที่เราทานวันนี้เป็นบุฟเฟ่ห์ มีให้เลือกหลากหลายมาก เลือกทานไม่ถูกเลย ทานของคาวเสร็จก็ตามด้วยของหวานต่อ หลังจากทานอาหารกันเรียบร้อยแล้วเราไป ทดสอบฝีมือกันกับการวาดลวดลายบนแก้วหรือจาน ชาม สามารถเลือกได้ค่ะ วันนี้เราจะวาดเอานะคะ แบบให้ปั้นเองก็มีค่ะแต่จะใช้เวลานานกว่า เราเลยเลือกแบบเพ้นท์ดีกว่าค่ะ ทำกิจกรรมวาดๆโชว์งานฝีมือเสร็จแล้ว เราก็เดินไปชมในพิพิทธภัณฑ์กัน ที่ตึกสวยๆทรงยุโรปค่ะ ข้างในจะไม่อณุญาตให้ถ่ายรูปค่ะ เดินชมสวยๆได้อย่างเดียว จะมีพวกเครื่องปั้นดินเผาสวยงามและชมสถาปัตยกรรมภายใน เสร็จแล้วก็ออกมาถ่ายรูปสวยๆวิว ยุโรปๆ ด้านนอก ถ้าไม่บอกว่ามาญี่ปุ่นนี่ดูไม่ออกเลยค่ะ นึกว่ายุโรป อิอิ 

ทางด้านขาเข้ามา จะมีร้านอาหารและร้านขายของฝาก ขากลับเดินออกทางเดิมค่ะก็แวะช้อปกันไป แต่อย่าช้อปกันหมดก่อนนะคะ เดี๋ยวเก็บเงินไว้ไปช้อปปิ้งที่เอาท์เล็ตกันค่ะ

พาเข้าวัดเข้าวากันอีกแล้ว คราาวนี้พามาต่อกันที่ Takeo shrine เดินมาขึ้นทางเดินข้างๆก็จะพบเจอกับต้นไม้ขนาดใหญ่ 2 ต้นที่เป็นที่ขอพร ต้นไม้2ต้นนี้มีรากเดียวกัน จะเรียกว่าเป็นต้นไม้ฝาแฝดก็ว่าได้ และมีความเชื่อว่าหากใครมากับคู่รักและมาขอพรที่ใต้ต้นไม้คู่นี้ ก็จะมีความสุขสมหวังตลอดไป หากใครมากันเป็นคู่ก็อย่าลืมไปขอพรและสั่นกระดิ่งนะคะ ^^ จากนั้นเดินไปต่อเพื่อขึ้นไปยังศาลเจ้า เพื่อสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้คุ้มครองการเดินทางของพวกเราตลอดทริปนี้ หลังจากไว้พระเรียบร้อยแล้วเราจะพาเดินไปผ่านป่าไผ่ที่มีต้นไม้โบราณ( Takeo no Okusu )ซึ่งตั้งตระหง่านมานานกว่า3,000ปีเลยค่ะ เมื่อขึ้นไปถึงแล้วก็จะเห็นว่าต้นไม้มีขนาดใหญ่มากและเป็นโพรงซึ่งต้นไม้นี้เชื่อกันว่าเป็นที่สิงสถิตย์ของเทพเจ้าของศาลเจ้าทาเคโอะค่ะ

มาสถานที่ชมสวนสวยๆ ก่อนกลับโรงแรมแวะชมสวนที่Yoko Museum ที่นี่จะเข้าฟรีหากพักโรงแรมของที่นี่ค่ะ แต่ถ้าไม่ได้มาพักก็จะเสียค่าเข้าชมคนละ1,500 เยนค่ะ เข้ามาจะเป็นสวนและจะมีปลูกใบชาเป็นขั้นๆขึ้นไป สวยงามมากค่ะ แต่ช่วงที่เรามาอาจไม่ใช่ช่วงเทศกาลจึงจะไม่ได้เห็นดอกไม้สวยงามมากนัก เสร็จแล้วเราแวะไปที่สวน Keishuen และ Mifuneyama Rakuen ควรจะมาช่วงฤดูใบไม้ผลิจะมีเทศกาลชมดอกไม้ค่ะ ในสวนก็จะมีดอกไม้บานสะพรั่งเต็มไปหมดตลอดทางเดิน 

หลังจากชมสวนเพลินก็ขอกลับไปพักผ่อนกันที่โรงแรมก่อนนะคะ
คืนนี้เราจะไปพักที่ wataya Besso Kacho-en เป็นเรียวกังหรูระดับ 4 ดาว มีออนเซนแช่เพื่อความผ่อนคลาย เจ้าของโรงแรมบอกว่าหากได้แช่ออนเซนที่นี่จะผิวสวยและมีสุขภาพดีค่ะ และจะช่วยผ่อนคลายความเมื่อยล้าด้วย แอดมินแช่มาแล้วเรียบร้อย ตัวเบาหวิวเลยค่ะ

 วันนี้พามาไหว้พระกันค่ะ วัดไฮไลท์ของเราเลย Yutoku Inari Shrine ศาลเจ้ายูโตคุอินาริ ตั้งอยู่อำเภอคาชิมะ จังหวัดซากะ เป็น1ใน3ศาลเจ้าที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น มีผู้คนมากมายต่างมานมัสการที่นี่ ซึ่งเป็นศาลเจ้าที่มีสีสันงดงามและตั้งตระหง่านอยู่กลางแมกไม้สีเขียว มีเทพเจ้าหลักของศาสนาชินโต3องค์ประดิษฐานอยู่ ศาลเจ้าหลักใหญ่มีอีกชื่อหนึ่งเรียกว่า ชินเซนิกโก ในบริเวณศาลเจ้านอกจากศาลเจ้าอิวะซากิ ซึ่งเป็นที่ขึ้นชื่อเรื่องเทพเจ้าแห่งความรักตั้งอยู่แล้ว ยังมีเครื่องรางที่มีลักษณะเด่นเฉพาะตัวแบบต่างๆให้เช่าเพื่อนำกลับไปคุ้มครองอีกด้วย ตอนที่เราไปนั้นก็จะมีคนดูแลศาลเจ้าคอยแนะนำพาไปจุดต่างๆค่ะ และพาไปรู้จักกับมิโกะ ผู้ซึ่งเป็นเด็กสาวบริสุทธิ์ที่ถูกรับเลือกให้เป็นสื่อกลางระหว่างมนุษย์กับเทพเจ้าในความเชื่อของคนญี่ปุ่น หลังจากทำความรู้จักกะบมิโกะตัวจริงกันแล้ว ผู้ดูแลศาลเจ้าก็พาเดินไปที่สวนซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของวัด เป็นสวนที่สวยมากไม่แพ้ที่อื่นๆเลยค่ะ เดินชมสวนสวยถ่ายรูปเพลินๆแล้วก็เดินออกมาทางด้านหน้าจะมีเหมือนเป็นร้านค้าขายของที่ระลึกเรียงรายอยู่ ก้เดินไปดูไปชมเลือกซื้อของฝากกลับบ้านกันค่ะ

Yoshonogari Historical Park สวนประวัติศาสตร์โยชิโนการิเป็นหมู่บ้านชนเผ่าโบราณที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานมาประมาณ 2,000 ปี ซึ่งที่นี่ยังขุดค้นพบซากของมนุษย์ หรือวัตถุโบราณและได้สร้างเป็นพิพิธภัณฑ์ครอบจุดที่ขุดข้นพบซากของจริงเอาไว้อีกด้วย บริเวณโดยรอบยังอนุรักษ์รูปแบบการสร้างเมืองและซากคูรอบๆหมู่บ้านซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่นเอาไว้ หากใครที่ชอบเรื่องราวเกี่ยวกับประวัติศาสตร์โบราณก็แวะมาศึกษาหาความรู้กันได้ค่ะ มีให้ทำลองสวมชุดแต่งกายโบราณด้วยนะคะ

มาแล้วๆ ไปช้อปปิ้งกัน!! รูปอาจจะมีน้อยค่ะเพราะฝนตกปอยๆจึงต้องอาศัยกล้องมือถือแทน เลยถ่ายหน้าทางเข้ามาให้ดูรูปนึงแน่ะ ^^ เราจะพาคุณมาช้อปปิ้งกันที่ Tosu Premium Outlets โอ้โห!!มีแบรด์ชั้นนำให้เลือกสรร ให้เลือกสอยกันกระจุยเลยค่ะ ส่วนลดไม่ต้องพูดถึงบางร้านมีลดสูงลุดถึง 70% แถม Refund ได้อีก ฟินไปเลยจ้า คนญี่ปุ่นบอกเราว่าคนไทยคือท่านฑูตทางการค้า (ความหมายของเขาคือคนไทยช้อปกระจุยมาก ทำให้เศรษฐกิจบ้านเขาพุ่งทะลุเลย555) เพราะฉะนั้นก็อย่าให้ฉายาที่เขามอบให้เสียของ ช้อปแหลกเหมือนเดิมค่ะ555 ที่นี่ไม่ว่าจะเป็นคุณผู้หญิงหรือคุณผู้ชายก็คงจะชอบไม่แพ้กัน เพราะต่างคนต่างมีร้านช้อปปิ้งของตัวเอง เรียกได้ว่างานนี้ผู้ชายไม่ตามถือของจ้า ต่างคนต่างแวะคนละร้านกันเลย มาOutlets ที่ต่างประเทศลดแล้วลดจริง ถูกจริง Refundได้ แถมขอคูปองส่วนลดได้ด้วย.. อันนี้ต้องขอบอกทุกท่านที่เวลาไปแวะช้อปปิ้งนะคะ เขาจะมีสิทธิพิเศษสำหรับนักท่องเที่ยวเท่านั้นคือ สามารถโชว์หลักฐานของนักท่องเที่ยวไปยื่นขอคูปองเงินสดได้ฟรี ที่ Information Center เป็นคูปองเงินสดสามารถใช้ได้เกือบทุกร้านค้า ยกเว้นเฉพาะบางร้านที่เขาระบุไว้ค่ะ เรียกว่ามาซื้อของถูกแล้วได้คูปองเงินสดมาช้อปเพิ่มอีก สุดยอดมากจ้า นี่ถ้ามีเวลาทั้งวันก็คงจะเดินทั้งวันเลยอิอิ 

สำหรับทริปเที่ยว Saga ครั้งนี้ สนุกและแฮปปี้กันไปตามๆกัน สำหรับคนที่มาเที่ยวญี่ปุ่นบ่อยอยู่แล้วก็อย่าลืมมาแวะเที่ยวที่เมืองซากะกันดูบ้างนะคะ แล้วจะติดใจ..